ผลงานดีก็ต้องมีรางวัล ทีมชาติฝรั่งเศสยืดสัญญา เดสชองส์ คุมทีมถึงปี 2020


เดสชองส์

เรียกได้ว่าคงต้องอยู่ด้วยกันไปยาวๆ สำหรับ ดิดิเยร์ เดสชองส์ อดีตกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1998 ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศส ล่าสุดทางสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส หรือ FFF ประกาศว่า ดิดิเยร์ เดสชองส์ กุนซือของทีมได้รับการยืดสัญญาออกไปถึงปี 2020 อย่างเป็นทางการ นายใหญ่วัย 49 ปี เข้ามาคุมทีมชาติฝรั่งเศสในปี 2012 พร้อมกับพาทีมฝ่าไปถึงรอบควอเตอร์ไฟนอลของศึกฟุตบอลโลก 2014 ต่อด้วยรองแชมป์ยูโร 2016 ที่บ้านของพวกเขา และด้วยผลงานล่าสุดที่สามารถพาทีมชาติฝรั่งเศสได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซียกลางปีหน้า ทำให้ทางสมาคมลูกหนังแดนน้ำหอมตัดสินใจมอบสัญญาใหม่ไปจนจบศึกยูโร 2020 เลยทีเดียว

สำหรับดิดิเยร์ เดสชองส์ เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 1968 ปัจจุบันอายุ 49ปี ในช่วงที่เป็นนักเตะนั้นถือว่าเป็นกองกลางตัวรับที่แข็งแกร่งมากในยุคนั้น ผ่านการเล่นให้กับสโมสรชั้นนำต่างๆ ในยุโรปมากมาย ทั้งมากร์เซย, ยูเวนตุส, เชลซี และบาเลนเซีย ติดทีมชาติฝรั่งเศสทั้งหมด 103 นัด ยิงไป 4 ประตู และผลงานสำคัญคือการพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส และแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2000 ที่ประเทศเนเธอแลนด์ และเบลเยี่ยม เป็นเจ้าภาพร่วมกัน หลังจากที่แขวนสตั๊ดก็ได้ผันตัวเองมาเป็นกุนซือ ผ่านการคุมทีมระดับสโมสรมามากมาย ทั้ง โมนาโก, ยูเวนตุส, มาร์กเซย ก่อนที่จะตกลงเข้ารับงานคุมทีมชาติฝรั่งเศสในปี 2012

เรียกได้ว่านอกจากสมัยเป็นนักเตะจะเก่งแล้ว เมื่อผันตัวเองมาเป็นกุนซือก็ยังคงทำได้ดีเหมือนสมัยเป็นนักเตะอีกด้วย จากนี้เราต้องติดตามว่าผลงานของเดสชองส์  ในมหกรรมฟุตบอลโลกกลางปีหน้าที่ประเทศรัสเซียจะเป็นอย่างไร เขาจะพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ได้หรือไม่ ซึ่งถ้าหากดูจากการเลือกนักเตะแล้วต้องบอกว่าทีมชาติฝรั่งเศสยุคเดสชองส์ ดูจะเป็นทีมนักเตะพลังหนุ่มทั้งสิ้น นักเตะที่อายุแตะเลข 3 แทบจะไม่มีเลย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 23-28 ปีทั้งสิ้น โดยนักเตะชุดนี้ เล่นอยู่กับสโมสรใหญ่ๆ ในยุโรปทั้งสิ้น ซึ่งถ้าหากมองดูขุมกำลังที่มี โอกาสที่ดิดิเยร์ เดสชองส์ จะสามารถคว้าแชมป์ได้ทั้งตอนเป็นนักเตะ และเป็นผู้จัดการทีม ก็มีสิทธิ์เป็นไปได้สูงเลยทีเดียว

     ฟุตบอลโลกที่รัสเซียครั้งนี้จะเป็นครั้งสำคัญอีกครั้งของเดสชองส์ ถ้าหากคิดจะคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ให้ทีมชาติฝรั่งเศส ครั้งนี้มีโอกาสเป็นได้มากที่สุด มันอาจจะเป็นการคุมทีมลุยฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเดสชองส์ ก็เป็นไปได้เช่นกัน