บทวิเคราะห์ : เชลซี – นิวคาสเซิล

เชลซี VS นิวคาสเซิล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แม้ว่าฤดูกาลนี้ เชลซี จะไม่มีโอกาสลุ้นป้องกันแชมป์ แถมอันดับลุ้นไปเล่นบอลยุโรปความหวังก็ดูจะริบหรี่ แต่ยังไงทุกนัดที่ลงเล่นต่อจากนี้ก็ต้องลงเล่นเต็มที่เพื่อกู้ศักดิ์ศรี แม้ว่าตั้งแต่ กุส ฮิดดิ้ง เข้ามาคุมทีม เชลซีจะยังไม่แพ้ใคร 9 นัดติด แต่ก็หนักไปทางผลเสมอ เรียกว่าฟอร์มโดยรวมของทีมก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เกมนี้ได้เล่นในบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิล ทีมที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นแบบสุดๆ เปิดตลาดนักเตะรอบ 2 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็ช้อปนักเตะใหม่มาเพียบ เกมนี้ถือว่ามีความหมายต่อทั้ง 2 ทีม เชลซีแม้ชื่อชั้นจะเหนือกว่า แต่นิวคาสเซิลที่ก็ต้องการชัยชนะเช่นกันน่าจะมาเน้นเกมรุกบุกเข้าใส่เจ้าบ้านแน่นอน เกมนี้ถือว่าไม่ง่ายสำหรับเชลซี

 

สภาพทีมและความพร้อมของนักเตะ

เกมนี้เชลซีจะหมดสิทธิ์ใช้งาน เคิร์ต ซูม่า กองหลังตัวกลางที่ช่วงหลังเล่นดีจนยึดตำแหน่งตัวจริง หลังจากบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าจากเกมที่เจอกับแมนฯยูเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว คาดว่าจะต้องพักยาว นอกจากนี้ในรายของ ราดาเมล ฟัลเกา และ โลอิค เรมี่ ยังมีอาการบาดเจ็บหมดสิทธิ์ลงสนามเช่นกัน ส่วน อเล็กซานเดร ปาโต้ กองหน้าคนใหม่ อาจลุ้นมีชื่อเป็นสำรองในเกมนี้ ทางด้านทีมเยือน นิวคาสเซิล เกมนี้ยังต้องเจอปัญหาหนักเรื่องนักเตะบาดเจ็บร่วมครึ่งทีม ไม่ว่าจะเป็น ทิม ครูล ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง, กาเบียล โอแบกตอง, มาสสาดิโอ้ ไฮดาร่า, ปาปิส ซิสเซ่, เวอร์นอน อนิต้า, เควิน เอ็มบาบู, เชนเซล เอ็มเบมบ้า แถมเกมนี้ยังจะขาด จามมาล ลาสเซลเลส ที่ติดโทษแบน แต่ตัวที่เหลือก็ถือว่าชื่อชั้นโอเค โดยเฉพาะในแผงมิดฟิลด์ นำโดย จอร์จิโอ ไวจ์นาดุม, มุสซ่า ซิสโซโก้ รวมทั้งตัวใหม่ๆ ที่เพิ่งย้ายมาอย่าง แอนดอส ทาวน์เซ่น และ จอนโจ เชลวีย์

 

ฟอร์มการเล่น

เชลซี ถึงแม้ว่าจะไม่แพ้ใครในลีกมา 9 เกมติด ตั้งแต่ กุส ฮิดดิ้ง เข้ามาคุมทีม แต่ใน 9 เกมนี้ก็เป็นการเสมอซะ 6 เกม ชนะแค่ 3 ถือว่าฟอร์มยังค่อนข้างมีปัญหา เล่นดีแต่เก็บ 3 แต้มไม่ค่อยได้ เกมล่าสุดก็เกือบแพ้คาบ้านให้แมนฯยู แต่ยังโชคดีมาไล่ตีเสมอได้ในช่วงนาทีสุดท้าย ส่วน นิวคาสเซิล ก็ยังเป็นทีมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เหมือนเดิม แต่ช่วงหลังฟอร์มกระเตื้องขึ้นมา  5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 เกมล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะเวสต์ บรอมฯ 1-0 ทำให้ตอนนี้ทีมทำอันดับพ้นโซตกชั้นได้แล้ว

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของทั้ง 2 ทีม

ธิโบต์ คูร์ตัวส์, บานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่า อัสปิลิฆัวต้า, จอห์น โอบี มิเกล, เนมันย่า มาติช, วิลเลี่ยน, เชส ฟาเบรกัส, เอเดน อาซาร์, ดีเอโก้ คอสต้า

ร๊อบ เอเลียท, โรลันโด้ อารอนส์, ฟาบริซิโอ้ โคลอคชินี่, สตีเว่น เทย์เลอร์, ดาริล ยานมาท, จอนโจ้ เชลวีย์, ชิคติโอเต้, แอนดอส ทาวน์เซ่น, จอร์จิโอ ไวจ์นาดุม, มุสซ่า ซิสโซโก้, อเล็กซานดร้า มิโตรวิช

 

ผลวิเคราะห์

เชลซีทำแต้มหล่นหายไปเยอะจากการเก็บได้แค่ผลเสมอ โดยเฉพาะเกมในบ้านที่ 4 เกมหลังสุด เสมอมารวดทั้ง 4 เกม เกมนี้ต้องรับการมาเยือนของนิวคาสเซิลที่ถือเป็นทีมจอมแสบทีมหนึ่งของเชลซี นัดแรกที่เจอกันที่บ้านนิวคาสเซิล เกมนั้นจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 แต่เกมนี้เจอกันที่บ้านเชลซี สถิติเชลซีเวลาเฝ้าบ้านเจอกับนิวคาสเซิลยังถือว่าโอเค เชลซีไม่แพ้ในบ้านให้นิวคาสเซิลมา 3 ฤดูกาลติด บวกกับนิวคาสเซิลเองฟอร์มในฐานะเกมเยือนช่วงหลังก็ไม่ค่อยดี 4 นัดหลังสุดในฐานะทีมเยือน แพ้มารวดทั้ง 4 เกม ยิงคู่แข่งได้แค่ลูกเดียว เกมนี้เทียบฟอร์มเทียบสถิติกันแล้ว เชลซีที่ได้เล่นในบ้านถือว่าดูดีมีลุ้นมากกว่า เกมนี้น่าจะเป็นฝ่ายลุ้นเบียดเอาชนะทีมเยือนได้

บทวิเคราะห์ : เยอรมนี VS อิตาลี ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

เยอรมนี VS อิตาลี

ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

 วัน-เวลาที่แข่งขัน : วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2559 เวลา 02.00 น.

 

สภาพทีมและความพร้อมของนักเตะ

เกมนี้ ทีม “อินทรีย์เหล็ก” เยอรมนี ไม่มีปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบน ทำให้ทีมน่าจะยังใช้ผู้เล่น 11 คนแรกชุดเดิมจากเกมที่แล้วในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ถล่มเอาชนะสโลวาเกียมาได้ 3-0 โดยเฉพาะในแดนหน้าที่ทีมน่าจะยังส่ง มาริโอ โกเมซ ลงเล่นเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า หลังจากเจ้าตัวทำประตูได้มา 2 นัดติด ส่วนทางฝั่งทีมชาติอิตาลี เกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ติอาโก มอตต้า กองกลางตัวตัดเกมเนื่องจากสะสมใบแดงครบ 2 ใบทำให้เกมนี้จะต้องถูกแบบตามกฎ แต่ มอตต้า ไม่ใช่ตัวหลักในทีมชุดนี้ส่วนใหญ่ลงเล่นในฐานะตัวสำรอง ทำให้ไม่น่าส่งผลกระทบต่อทีมเท่าไหร่ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ดานิเอเล่ เอ รอซซี่ กองกลางคนสำคัญของทีมที่มีอากาศบาดเจ็บในช่วงซ้อม ยังต้องเช็คความฟิตอีกครั้งก่อนลงสนาม

 

ฟอร์มการเล่น

เยอรมนี ยังไม่แพ้ใครในทัวร์เมนต์ยูโร 2016 ครั้งนี้ โดยเกมในรอบแรก 3 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 ส่วนในเกมรอบตัดเชือก 16 ทีมสุดท้าย ก็ชนะสโลวาเกียถึง 3-0 ที่สำคัญคือทีมยังไม่เสียประตูให้คู่แข่งแม้แต่ประตูเดียว ส่วนทางฝั่งอิตาลีโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น แม้จะแพ้มา 1 นัดในเกมรอบแรกนัดสุดท้ายที่แพ้ต่อไอร์แลนด์ 0-1 แต่ว่าในเกมนั้นผู้เล่นที่ลงสนามส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นสำรอง เพราะตอนนั้นทีมผ่านเข้ารอบแน่นอนแล้ว เกมนัดที่แล้วก็โชว์ฟอร์มเก่งเขี่ยแชมป์เก่าสเปนตกรอบด้วยการเอาชนะไป 2-0

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของทั้ง 2 ทีม

ทีมชาติเยอรมนี

มานูเอล นอยเออร์, โจชัวร์ คิมมิช, เจอโรม บัวเต็ง, แมตส์ ฮุมเมลส์, โจนาส เฮคตอร์, โทนี่ โครส, เซมี่ เคดิร่า, โทมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล, จูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์, มาริโฮ โกเมซ

 

ทีมชาติอิตาลี

จิอันลุยจิ ปุฟฟ่อน, จอร์จิโอ คิเอลลินี่, ลีโอนาร์โด โบนุชชี่, อันเดรีย บาร์ซาญี่, มัตเตีย เด เชโญ่, สเตฟาโน สตูราโร่, มาร์โค ปาราโล, เอมานูเอเล่ จัคคิรินี่, อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, กราเซียโน เปลเล่, เอแดร์

 

ผลวิเคราะห์

ถือเป็นการเจอกันของ 2 ทีมใหญ่ที่ดีกรีความยิ่งใหญ่ไม่มีทีมไหนด้อยไปกว่ากัน ที่ผ่านมาทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้วถึง 33 ครั้งทุกรายการ ผลเป็นอิตาลีที่ชนะได้มากกว่าที่ 15 ครั้ง ส่วนเยอรมนีชนะไป 8 ครั้ง แต่เกมล่าสุดที่คู่นี้เจอกันคือเกมกระชับมิตรเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผลเป็นเยอรมนีที่ชนะไปถึง 4-1 แต่ถ้าดูเฉพาะผลงานในยูโรที่เคยเจอกันมา 3 ครั้งก่อนหน้านี้ เยอรมนียังไม่เคยชนะอิตาลีได้เลย เสมอกันไป 2 ครั้งในปี 1988 และ 1996 ส่วนหนล่าสุดเมื่อปี 2012 เป็นอิตาลีที่เอาชนะไปได้ 2-1 เกมนี้ทั้ง 2 ทีมถือว่าสูสีใกล้เคียงกันมาก ผลงานในยูโรหนนี้ก็มีดีกันไปคนละแบบ เกมรุกของเยอรมนีน่ากลัวทุกจังหวะ อิตาลีก็มีเกมรับที่เหนียวแน่นแข็งแกร่งสุดๆ ดูแล้วเกมนี้มีแนวโน้มสูงว่าผลน่าจะจบด้วยการเสมอกันในเกม 90 นาที แล้วต้องไปวัดกันต่อในช่วงต่อเวลาและดวลจุดโทษ

 

 

บทวิเคราะห์ : เวลส์ – เบลเยียม ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

เวลส์ VS เบลเยียม

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

วัน-เวลาที่แข่งขัน : วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2559 เวลา 02:00 น.

 

สภาพทีมและความพร้อมของนักเตะ

เกมนี้ทีมชาติเวลส์ น่าจะยังใช้ผู้เล่น 11 คนแรกชุดเดียวกันกับที่ใช้เกมที่เอาชนะไอร์แลนด์เหนือมาได้ในรอบที่แล้ว 1-0 โดยจะให้ แซม โว๊คส์ ศูนย์หน้าของทีมเบิร์นลีย์ลงเล่นในตำแหน่งหน้าเป้า โดยมี แกเร็ธ เบล ที่ยิงในยูโรหนนี้ไปแล้ว 3 ประตูคอยสนับสนุนในตำแหน่งหน้าต่ำ ในแดนกลางใช้ อารอน แรมซีย์, โจ เลดลีย์ และ โจ อัลเลน ประสานงานร่วมกันเหมือนเดิม ทางด้านทีมชาติเบลเยียม เกมนี้มีปัญหาในแผงหลัง เมื่อทั้ง โทมัส แฟร์มาเล่น และ แยน แฟร์ทอนเก้น 2 กองหลังตัวหลักของทีมจะหมดสิทธิ์ลงเล่นในเกมนี้ โดยในรายแรกสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบเกมนี้เลยต้องถูกลงโทษห้ามลงสนาม ส่วนในรายของ แฟร์ทอนเก้น ดันไปเจ็บหนักตอนซ้อม หมดสิทธ์ลงสนามแน่นอน โดยคนที่ลงแทนทั้ง 2 คนก็คือ เจสัน เดนาเยอร์ กองกลางดาวรุ่งจากกาลาตาซาราย และ จอร์แดน ลูกากู แบ็คซ้านจากอันเดอร์เลท

 

ฟอร์มการเล่น

เวลส์ เอาชนะไอร์แลนด์เหนือได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์ 1-0 จากลูกที่กองหลังไอร์แลนด์เหนือทำเข้าประตูตัวเอง โดยเวลส์ ลงเล่นในทัวร์นาเม้นต์นี้มา 4 เกม ชนะ 3 แพ้ 1 โดยเกมที่แพ้คือการแพ้ให้อังกฤษที่ตกรอบไปแล้ว 2-1 ส่วนเบลเยียมหลังจากประเดิมศึกยูโร 2016 ด้วยการแพ้ต่ออิตาลี 0-2 หลังจากนั้นทีมก็กลับมาโชว์ฟอร์มเก่ง เก็บชัยชนะเหนือคู่แข่งได้ต่อเนื่อง 3 เกมรวด โดยที่ไม่เสียประตูเลยทั้ง 3 เกม เกมล่าสุดถล่มเอาชนะฮังการีมาได้ 4-0

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของทั้ง 2 ทีม

ทีมชาติเวลส์

เวนย์ เฮนเนสซี่ย์, เจมส์ เชสเตอร์, แอชลีย์ วิลเลี่ยมส์, เบน เดวิส, คริส กันเทอร์, โจ อัลเลน, โจ เลดลีย์, อารอน แรมซีย์, นีล เทย์เลอร์, แกเร็ธ เบล, แซม โว๊คส์

ทีมชาติเบลเยียม

ธิโบต์ คูร์ตัวส์, จอร์แดน ลูกากู, เจสัน เดนาเยอร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเริลด์, โทมัส มูนิเยร์, รัดย่า เนียงโกลัน, อักเซล วิตเซล, ดรีส์ เมอร์เท่นส์, เอเด็น อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู

 

ผลวิเคราะห์

การทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของ เวลส์ ถือว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม จิงอยู่ที่ทีมมังกรแดงมี แกเร็ธ ซูเปอร์สตาร์นักเตะค้าตัวแพงที่สุดของโลกคนปัจจุบัน แต่ว่าถ้าดูจากการเล่นของทีมก็จะเห็นว่าทีมไม่ได้ฝากความหวังเอาไว้ที่ เบล เพียงคนเดียวแต่อย่างใด หลายนัดที่ เบล แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมแต่ว่าถ้ามีจังหวะให้เจ้าตัวเมื่อไหร่ ได้ลุ้นเป็นประตูทุกที โดยเฉพาะลูกฟรีคิ๊ก ส่วนทางฝั่งเบลเยียมก็โชว์ฟอร์มได้สมราคาอีกหนึ่งตัวเต็งของทัวร์นาเม้นต์ เกมนัดนี้ทั้ง 2 ถือว่ามีดีกันไปคนละแบบ จากสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมา 12 ครั้ง ถือว่าค่อนข้างใกล้เคียง เบลเยียมชนะ 5 ครั้ง เวลส์ชนะ 4 ครั้ง แม้ว่า 3 ครั้งหลังสุดที่พบกัน เบลเยียมจะเอาชนะเวลส์ไม่ได้เลย แพ้ 1 เสมอ 2 แต่ถ้าดูจากผลงานในยูโร 2016 ครั้งนี้ เบลเยียมดูดีกว่า ทั้งเกมรุกเกมรับถือว่าลงตัว คุณภาพตัวผู้เล่นโดยรวมทั้งทีม ก็เป็นเบลเยียมที่เหนือกว่า ดูแล้วเกมนี้เบลเยียมมีลุ้นมากกว่า น่าจะเป็นฝ่ายที่เบียดเอาชนะเวลส์ไปได้